ข่าวเด่นสัปดาห์ที่ 32 โมเดล/ราคา ตรวจสอบแล้ว · 2 แหล่งอ้างอิง

ChatGPT ฟรีเตรียมคุยไม่จำกัด เปลี่ยนโมเดลหลักเป็น GPT-5.6 Luna

ข่าวช่วง 3 ส.ค. – 9 ส.ค. 2026 · เผยแพร่ 10 ส.ค. 2026 · อ่าน 5 นาที

อินโฟกราฟิกเปรียบเทียบก่อน-หลังของ ChatGPT ฝั่งผู้ใช้ฟรี การ์ดซ้าย "ตอนนี้" สีส้มโคอรัลแสดงว่าข้อความ/วันยังมีเพดาน การ์ดขวา "ทยอยเริ่มสัปดาห์ถัดไป" สีมินต์แสดงสัญลักษณ์อินฟินิตี้พร้อมข้อความ "ไม่จำกัด" และปุ่ม Think มีป้ายด้านบนระบุการเปลี่ยนโมเดลตั้งต้นเป็น GPT-5.6 Luna สำหรับแผนฟรี/Go และ GPT-5.6 Sol ปรับใหม่สำหรับ Plus/Pro พร้อมแถบเตือนด้านล่างว่าไฟล์ รูปภาพ และเสียงยังมีเพดานเดิม ระบุที่มา OpenAI และ TechCrunch วันที่ 6 สิงหาคม 2026

เกิดอะไรขึ้น

วันที่ 6 ส.ค. 2026 OpenAI ประกาศอัปเดต ChatGPT ชุดใหญ่ในโพสต์ชื่อ “Improving GPT-5.6 Sol in ChatGPT—and expanding access to GPT-5.6 Luna for free users” โดยแบ่งเป็นสองฝั่งชัดเจน คือฝั่งคนจ่ายเงินได้โมเดลที่ฉลาดขึ้น ส่วนฝั่งคนใช้ฟรีได้ “เพดาน” ที่กว้างขึ้น

ฝั่งผู้ใช้ฟรีและแพลน Go — OpenAI เปลี่ยนโมเดลตั้งต้นเป็น GPT-5.6 Luna โดยระบุว่าจะทยอยเปลี่ยนให้ “ภายในสัปดาห์นี้” (นับจากวันประกาศ 6 ส.ค.) และบอกว่า “เริ่มสัปดาห์หน้า” ผู้ใช้กลุ่มนี้จะได้แชตข้อความแบบไม่จำกัดจำนวน พร้อมปุ่มใหม่ชื่อ Think ที่กดเพื่อให้ Luna ใช้เวลาคิดมากขึ้นกับคำถามที่ยาก ทั้งนี้ OpenAI เขียนกำกับไว้ตรง ๆ ว่าการเปิดไม่จำกัดนี้ยัง “ขึ้นอยู่กับมาตรการป้องกันการใช้งานในทางที่ผิด” (abuse guardrails) และ เพดานของการอัปโหลดไฟล์ รูปภาพ และเครื่องมืออื่น ๆ ยังคงอยู่

ฝั่ง Plus/Pro — ได้ GPT-5.6 Sol เวอร์ชันที่จูนใหม่ในโหมด Chat ตั้งแต่วันประกาศ จุดที่ OpenAI เน้นคือตอบตรงคำถามมากขึ้น จัดรูปแบบให้กระชับ ไม่ใส่รายละเอียดที่ไม่ช่วยอะไร และ “ทักท้วง” แทนที่จะเออออตามเมื่อการเห็นด้วยเฉย ๆ ไม่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้ นอกจากนี้ยังรวมประสบการณ์ Instant (ตอบไว) กับ Thinking (คิดนาน) ให้เป็นโมเดลตัวเดียวกัน เพื่อให้โทนและพฤติกรรมไม่กระโดดเวลาสลับโหมด และเพิ่ม สไลเดอร์ปรับระดับการคิด บนเว็บ มือถือ และเดสก์ท็อป

เรื่องความแม่นยำ — OpenAI บอกว่าทดสอบภายในด้วยพรอมต์สายการเงิน การแพทย์ และกฎหมายที่ต้องการรายละเอียดเชิงข้อเท็จจริง แล้วพบว่าคำตอบที่มีข้อผิดพลาดอย่างน้อย 1 จุด เกิดน้อยลงราว 62% กับ GPT-5.6 Luna และราว 68% กับ GPT-5.6 Sol เมื่อเทียบกับ GPT-5.5 Instant

รายละเอียดที่คนมักพลาด — Sol เวอร์ชันที่ปรับใหม่นี้ถูกจูนมาเพื่อ “แชตในชีวิตประจำวัน” จึงมีให้ใช้เฉพาะในประสบการณ์ Chat ของ ChatGPT เท่านั้น ส่วนเวอร์ชันของ Sol ที่ขับเคลื่อน ChatGPT Work และ Codex ไม่ได้เปลี่ยนในรอบนี้

OpenAI ยังระบุถึงมาตรการด้านความปลอดภัยใน system card (เอกสารสรุปการฝึกและการทดสอบโมเดล) โดยเฉพาะกับผู้ใช้ที่ระบบเชื่อว่าอายุต่ำกว่า 18 ปี ว่าได้ฝึกโมเดลให้เลี่ยงการเล่นบทบาทเชิงชู้สาว เลี่ยงความท้าทายที่จำกัดอายุ และไม่เสนอตัวเป็นตัวแทนของความสัมพันธ์ในชีวิตจริง พร้อมวางขอบเขตให้เหมาะกับวัยในเรื่องเนื้อหาทางเพศ โรคการกิน/ภาพลักษณ์ร่างกาย สินค้าจำกัดอายุ กิจกรรมอันตราย และความรุนแรงแบบกราฟิก รวมถึงฝึกให้ชวนวัยรุ่นไปคุยกับคนที่ไว้ใจได้เมื่อดูเหมือนต้องการความช่วยเหลือ

ตัวเลขที่ OpenAI ยกมาเป็นฉากหลังของการตัดสินใจครั้งนี้คือ มีคนราว 1,000 ล้านคนใช้ ChatGPT ในแต่ละสัปดาห์ โดยบริษัทเรียกการอัปเดตนี้ว่าเป็นก้าวหนึ่งไปสู่ “abundant intelligence” (ความฉลาดที่หาได้ทั่วถึง) ฝั่ง TechCrunch ที่รายงานข่าวเดียวกันในวันที่ 6 ส.ค. ก็สรุปไทม์ไลน์ตรงกันว่า Sol เวอร์ชันใหม่ถึงมือ Plus/Pro วันนั้นเลย ส่วนของฟรี/Go ทยอยมาในสัปดาห์นั้น และแชตไม่จำกัด + ปุ่ม Think มาสัปดาห์ถัดไป พร้อมย้ำว่ายังมีเพดานแยกสำหรับไฟล์ รูป เสียง และการสร้างภาพ

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

ตลอดปีที่ผ่านมา ข่าว AI ส่วนใหญ่วัดกันที่ “โมเดลใครเก่งกว่า” แต่การอัปเดตรอบนี้เป็นสัญญาณว่าสนามแข่งกำลังขยับไปอีกแกนหนึ่ง คือ “ใครให้คนเข้าถึงของดีได้กว้างกว่า” เพราะสิ่งที่เปลี่ยนจริงสำหรับคนส่วนใหญ่ไม่ใช่คะแนน benchmark แต่คือการที่ผู้ใช้ฟรีไม่ต้องคอยนับว่าวันนี้ถามไปกี่ครั้งแล้ว

เพดานจำนวนข้อความคือกำแพงที่มือใหม่เจอเป็นอย่างแรกเสมอ — พอถามไปได้ไม่กี่ที ระบบก็เตือนว่าถึงขีดจำกัด ทำให้หลายคนไม่กล้าใช้ AI กับงานที่ต้องคุยยาว ๆ อย่างการช่วยคิดแผน แก้ข้อความไปมา หรือไล่ถามจนเข้าใจจริง การยกเพดานตรงนี้จึงเปลี่ยน “วิธีใช้” ของคนกลุ่มใหญ่มากกว่าการเพิ่มคะแนนสอบของโมเดล

อีกจุดที่ควรอ่านให้ละเอียดคือ คำว่า “ไม่จำกัด” ในข่าวนี้ไม่ได้แปลว่าไม่จำกัดทุกอย่าง OpenAI จำกัดคำนี้ไว้ที่ “แชตข้อความ” เท่านั้น ส่วนการอัปโหลดไฟล์ รูปภาพ เสียง และการสร้างภาพ ยังมีโควตาแยกอยู่ และยังมีมาตรการกันการใช้ผิดวัตถุประสงค์กำกับอยู่ด้วย

ข้อควรระวังในการอ่านตัวเลข 62% / 68%: ทั้งคู่มาจาก การประเมินภายในของ OpenAI เอง เทียบกับ GPT-5.5 Instant บนชุดพรอมต์สายการเงิน การแพทย์ และกฎหมาย ไม่ใช่ผลจากหน่วยงานกลาง และไม่ได้เปิดเผยจำนวนพรอมต์หรือวิธีตัดสินว่าอะไรนับเป็น “ข้อผิดพลาด” — ดังนั้นควรอ่านว่า “ผิดน้อยลง” ไม่ใช่ “เชื่อได้แล้ว”

แล้วเกี่ยวอะไรกับเรา?

อย่าเพิ่งตกใจถ้ายังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง — OpenAI ใช้คำว่าทยอยเปิด (เปลี่ยนโมเดลตั้งต้น “สัปดาห์นี้” แล้วแชตไม่จำกัด “สัปดาห์หน้า” นับจาก 6 ส.ค.) และไม่ได้ประกาศรายชื่อประเทศใด ๆ กำกับไว้ในหน้าประกาศ มองในมุมเรา วิธีเช็กที่ง่ายที่สุดคือเปิดแอปแล้วดูว่าชื่อโมเดลตั้งต้นเปลี่ยนเป็น GPT-5.6 Luna หรือยัง และมีปุ่ม Think โผล่มาหรือยัง ไม่ต้องไปหาทางกดเร่งอะไรทั้งนั้น

ปุ่ม Think คือของที่มือใหม่ควรรู้จักที่สุดในรอบนี้ — มองในมุมเรา คนส่วนใหญ่ใช้ AI แบบถามสั้นตอบสั้น พอเจอโจทย์ที่ต้องคิดหลายชั้น เช่น เทียบข้อดีข้อเสียของแพ็กเกจสองเจ้า วางแผนงานเป็นขั้น หรือไล่หาที่ผิดในเอกสาร แล้วได้คำตอบผิวเผินก็จะสรุปว่า “AI ไม่เก่ง” ทั้งที่จริงแค่ยังไม่ได้สั่งให้มันคิดนานพอ ของฟรีมีปุ่มนี้ให้แล้วก็ควรใช้ให้เป็นนิสัยกับโจทย์ยาก

ถ้างานของคุณคือการอ่านไฟล์เยอะ ๆ ข่าวนี้ยังไม่ช่วยเท่าไหร่ — เพดานที่ยกให้คือแชตข้อความล้วน ส่วนการอัปโหลด PDF สไลด์ หรือรูป ยังจำกัดเหมือนเดิม มองในมุมเรา คนไทยสายงานเอกสารที่ชอบโยนไฟล์เข้าไปให้สรุปทีละหลายสิบหน้า จึงยังต้องบริหารโควตาอยู่ดี และนี่ยังเป็นเหตุผลที่คนกลุ่มนี้อาจยังคุ้มกับแพลนเสียเงินมากกว่า

“ผิดน้อยลง” ไม่เท่ากับ “ไม่ผิด” — สังเกตว่าหมวดที่ OpenAI เอามาทดสอบคือ การเงิน การแพทย์ กฎหมาย ซึ่งบังเอิญเป็นสามเรื่องที่คนไทยชอบถาม AI มากที่สุด และเป็นสามเรื่องที่ตอบผิดแล้วเสียหายหนักที่สุดพอดี มองในมุมเรา ตัวเลข 62–68% ควรใช้เป็นเหตุผลให้ “กล้าใช้เป็นตัวช่วยตั้งต้น” ไม่ใช่เหตุผลให้ “เลิกตรวจสอบ” — เรื่องยา ภาษี สัญญา หรือกฎหมายไทย ยังต้องยืนยันกับแหล่งทางการหรือผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเสมอ เพราะโมเดลเหล่านี้ถูกวัดผลด้วยชุดข้อสอบที่ไม่ได้อิงบริบทไทย

พ่อแม่และครูไทยควรอ่านย่อหน้าเรื่องผู้ใช้ต่ำกว่า 18 ปี — OpenAI ระบุว่าฝึกโมเดลให้วางขอบเขตเพิ่มกับผู้ใช้กลุ่มนี้ ทั้งเรื่องการเล่นบทบาทเชิงชู้สาว เนื้อหาทางเพศ ภาพลักษณ์ร่างกาย และกิจกรรมอันตราย มองในมุมเรา นี่เป็นข่าวดีในระดับ “มีรั้วเพิ่ม” แต่ยังไม่ใช่ตัวแทนของการดูแลจากผู้ใหญ่ เพราะระบบต้องเดาอายุผู้ใช้เอง และรั้วเหล่านี้ถูกออกแบบบนบริบทต่างประเทศเป็นหลัก การคุยกับลูก/นักเรียนว่าใช้ AI ไปทำอะไรบ้าง ยังสำคัญกว่าการหวังพึ่งตัวกรอง

แหล่งอ้างอิง

เราลิงก์ต้นทางทุกข่าวเสมอ — กดอ่านฉบับเต็มเพื่อตรวจสอบได้เลย