ข่าวเด่นสัปดาห์ที่ 30 โมเดล/ราคา ตรวจสอบแล้ว · 2 แหล่งอ้างอิง

Anthropic เปิด Claude Opus 5 — เก่งใกล้รุ่นท็อปแต่จ่ายครึ่งราคา

ข่าวช่วง 20 ก.ค. – 26 ก.ค. 2026 · เผยแพร่ 27 ก.ค. 2026 · อ่าน 5 นาที

อินโฟกราฟิกสรุปข่าว Anthropic เปิดตัว Claude Opus 5 วันที่ 24 กรกฎาคม 2026 มี 3 การ์ด: การ์ดแรกสีฟ้าแสดงราคา API คงเดิม 5 ดอลลาร์ต่อโทเคนขาเข้า และ 25 ดอลลาร์ต่อขาออก ต่อล้านโทเคน เท่ากับราคา Opus 4.8 เดิม การ์ดสองสีม่วงแสดงปุ่มปรับระดับความพยายาม 3 ระดับ คือ ต่ำ กลาง สูง การ์ดสามสีมินต์แสดงตัวกันชนความปลอดภัยสะดุดน้อยลงราว 85% เทียบกับ Fable 5

เกิดอะไรขึ้น

วันศุกร์ที่ 24 ก.ค. 2026 Anthropic เปิดตัว Claude Opus 5 โมเดล AI ตัวใหม่ในสาย Opus ซึ่งเป็นสายรุ่นแรงสุดของบริษัท โดยออกตามหลังรุ่นก่อนหน้า (Opus 4.8 ที่เพิ่งเปิดเมื่อ 28 พ.ค.) เพียงราว 2 เดือน

Anthropic วางตำแหน่ง Opus 5 ว่าเป็นโมเดลที่ “คิดรอบคอบและทำงานเชิงรุก” โดยจุดขายหลักคือ ให้ความฉลาดใกล้เคียงกับ Claude Fable 5 (รุ่นท็อปสุด/แพงสุดของค่าย) แต่คิดเงินราวครึ่งเดียว จากการทดสอบภายในของ Anthropic เอง Opus 5 ทำคะแนนแซง Fable 5 ได้ในหลายชุดทดสอบด้านการเขียนโค้ดและงานความรู้ (เช่นชุด Frontier-Bench และ GDPval-AA) แต่ยังตามหลังรุ่น Mythos 5 ในงานสายความปลอดภัยไซเบอร์เชิงรุก

รายละเอียดที่ประกาศ:

  • ราคา API คงเดิมเท่า Opus 4.8 คือ 5 ดอลลาร์ต่อโทเคน (token = หน่วยข้อความที่ AI ใช้นับ) ขาเข้า 1 ล้านตัว และ 25 ดอลลาร์ต่อขาออก 1 ล้านตัว
  • ปุ่มปรับระดับความพยายาม (effort) เลือกได้ว่าจะให้โมเดลใช้แรงคิดระดับต่ำ กลาง หรือสูง — งานง่ายเลือกต่ำเพื่อประหยัดและเร็ว งานยากค่อยดันเป็นสูง
  • เป็น รุ่นเริ่มต้นใหม่ของแพลน Claude Max และเป็น รุ่นแรงสุดในแพลน Claude Pro ใช้ได้ผ่าน Claude.ai, Claude API (ชื่อโมเดล claude-opus-5), Claude Code และ Cowork
  • มีฟีเจอร์ใหม่ระดับเบต้า automatic fallback — เวลาคำถามชนตัวกรองความปลอดภัยจนโมเดลตอบไม่ได้ ระบบจะส่งต่อให้โมเดลที่เบากว่าตอบแทน เพื่อให้ได้คำตอบที่ใช้งานได้จริงแทนขึ้นข้อความ error
  • Anthropic ระบุว่า Opus 5 ปลอดภัยขึ้น ตัวกันชน (safeguards) ทำงานสะดุดน้อยลงราว 85% เทียบกับ Fable 5 และ “ถูกหลอกให้ใช้ในทางที่ผิดได้ยากที่สุด” ในบรรดารุ่นล่าสุด

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

ทิศทางของวงการปีนี้ชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่าการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ “ใครแรงสุด” อย่างเดียวแล้ว แต่ย้ายมาที่ “ใครให้ความเก่งเท่าเดิมในราคาที่ถูกลง” — Opus 5 คือหมัดในเกมนี้โดยตรง เพราะแทนที่จะออกรุ่นแพงกว่าเดิมเพื่อไล่ตามความแรง Anthropic เลือกกดราคาต่อความสามารถลงแทน โดยเอาโมเดลที่ตัวเล็กกว่า/ถูกกว่ามาทำคะแนนแซงรุ่นเรือธงตัวเก่าในหลายด้าน

จุดที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ปุ่มปรับระดับความพยายาม ซึ่งสะท้อนว่าผู้ผลิตเริ่มให้ผู้ใช้คุมสมดุลระหว่าง “คุณภาพคำตอบ” กับ “ความเร็ว/ค่าใช้จ่าย” ได้เอง แทนที่จะเหมารวมทุกงานด้วยแรงคิดเท่ากันหมด ซึ่งช่วยประหยัดได้จริงสำหรับคนที่ต่อ API ทำงานจำนวนมาก

ข้อควรระวังตามปกติ: ตัวเลขคะแนนทดสอบทั้งหมดมาจากการทดสอบภายในของ Anthropic เอง เป็นมุมที่ผู้ผลิตอยากนำเสนอ ยังไม่ใช่ผลจากบุคคลที่สามที่เป็นกลาง และ TechCrunch ที่รายงานข่าวนี้ก็ตั้งข้อสังเกตว่าบทความเปิดตัวไม่ได้แนบมุมวิจารณ์หรือการเทียบจากภายนอกมาด้วย

แล้วเกี่ยวอะไรกับเรา?

มองในมุมเรา เรื่องนี้จับต้องได้จริงสำหรับคนไทย 2 กลุ่ม หนึ่ง — คนที่ใช้ Claude ทำงานทั่วไปผ่านเว็บ Opus 5 เปิดใช้ทั่วโลกรวมถึงไทย และเป็นรุ่นแรงสุดที่ผู้สมัครแพลน Pro เข้าถึงได้ (เป็นรุ่นเริ่มต้นใหม่ของแพลน Max) ถ้าคุณใช้ Claude ช่วยเขียนโค้ด ร่างเอกสาร หรือวิเคราะห์งานยาว ๆ อยู่แล้ว รุ่นนี้คือของที่ควรลองสลับไปใช้ ส่วนราคาแพ็กเกจ Pro/Max ที่ต้องสมัคร Anthropic ไม่ได้ระบุตัวเลขไว้ในประกาศนี้ จึงไม่นำมาลงเพื่อกันความเข้าใจผิด

สอง — คนไทยสายพัฒนา/ธุรกิจที่ต่อ API จุดขายเรื่องราคาต่อความสามารถมีผลกับบิลจริง ถ้าเดิมต้องจ่ายแพงเพื่อใช้รุ่นท็อปสุด ตอนนี้มีทางเลือกที่เคลมว่าได้ผลใกล้กันในราคาราวครึ่ง แถมยังปรับระดับความพยายามให้เบาลงเพื่อประหยัดในงานง่าย ๆ ได้ ทั้งนี้ราคา 5/25 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคนเป็นตัวเลขทางการจาก Anthropic (USD) ซึ่งราคาที่จ่ายจริงของคนไทยยังขึ้นกับ VAT และวิธีชำระเงิน — ก่อนตัดสินใจย้ายงานจริงมาใช้ ควรทดสอบกับงานตัวอย่างของตัวเองเทียบคุณภาพ/ราคากับรุ่นเดิมและคู่แข่งก่อนเสมอ

แหล่งอ้างอิง

เราลิงก์ต้นทางทุกข่าวเสมอ — กดอ่านฉบับเต็มเพื่อตรวจสอบได้เลย