ข่าวเด่นสัปดาห์ที่ 28 โมเดล/ราคา ตรวจสอบแล้ว · 2 แหล่งอ้างอิง

OpenAI เปิดตระกูลโมเดลใหม่ GPT-5.6 — ผู้ใช้ฟรีได้อัปเกรดด้วย

ข่าวช่วง 6 ก.ค. – 12 ก.ค. 2026 · เผยแพร่ 13 ก.ค. 2026 · อ่าน 5 นาที

อินโฟกราฟิกเปรียบเทียบโมเดล GPT-5.6 ของ OpenAI สามรุ่น — การ์ดสีส้ม Sol (เรือธง แรงสุด ราคา API เข้า 5 ดอลลาร์ ออก 30 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคน) การ์ดสีฟ้า Terra ที่มีกรอบไฮไลต์สีเหลืองและป้าย "ฟรี/Go ใช้ตัวนี้" (สมดุล ใช้ทั่วไป ราคาเข้า 2.50 ออก 15 ดอลลาร์) และการ์ดสีเขียว Luna (เร็ว ประหยัดสุด ราคาเข้า 1 ออก 6 ดอลลาร์) ด้านล่างมีแถบข้อความ "ข่าวดีคนไทย: ผู้ใช้ ChatGPT ฟรีและ Go ได้ขยับไปใช้ Terra ทันที ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม" พร้อมระบุที่มา OpenAI วันที่ 9 กรกฎาคม 2026 ที่มุมล่างซ้าย

เกิดอะไรขึ้น

9 ก.ค. 2026 OpenAI ประกาศเปิดตระกูลโมเดลใหม่ GPT-5.6 แบบ general availability (เปิดให้ใช้ทั่วไปหลังผ่านช่วงทดสอบวงจำกัด) โดยแยกเป็น 3 รุ่นตามความแรงและราคา:

  • Sol — รุ่นเรือธง แรงและ “ฉลาดต่อโทเคน” ที่สุด เน้นงานหนักอย่างเขียนโค้ด งานความรู้ ความปลอดภัยไซเบอร์ และงานวิทยาศาสตร์
  • Terra — รุ่นสมดุล สำหรับงานประจำวันทั่วไป ราคาย่อมเยากว่า
  • Luna — รุ่นเร็วและประหยัดที่สุด เหมาะงานปริมาณมากที่ไม่ต้องคิดหนัก

ราคาฝั่ง API (คิดต่อ 1 ล้านโทเคน หน่วยที่ AI ใช้นับข้อความเข้า-ออก) OpenAI ประกาศไว้ชัดเป็นดอลลาร์: Sol อยู่ที่ 5 ดอลลาร์ (ขาเข้า) / 30 ดอลลาร์ (ขาออก), Terra 2.50 / 15 ดอลลาร์ และ Luna 1 / 6 ดอลลาร์

ฝั่งคนใช้ ChatGPT ทั่วไป OpenAI บอกว่าเริ่มทยอยเปิดวันเดียวกันข้าม ChatGPT, Codex และ API — ผู้ใช้ฟรีและแพลน Go จะได้ใช้ GPT-5.6 Terra ส่วนผู้ใช้ Plus, Pro, Business, Enterprise เลือกได้ทั้ง Sol, Terra, Luna และตั้งระดับความพยายามในการคิด (effort) ของแต่ละรุ่นเองได้ โดย Pro กับ Enterprise ยังเลือก “Sol Pro” สำหรับงานยากที่ต้องการคำตอบคุณภาพสูงสุดได้อีกขั้น

OpenAI เคลมว่า Sol เป็นโมเดลเขียนโค้ดที่ดีที่สุดของบริษัทเท่าที่เคยทำมา ทำคะแนน state-of-the-art (จุดสูงสุดของวงการ ณ ตอนนี้) ในหลายการทดสอบ พร้อมโฆษณาจุดขายหลักคือ “ความคุ้มต่อดอลลาร์” — ได้งานมากขึ้นในเงินเท่าเดิม หรือได้ผลใกล้เคียงเดิมด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยลง และยังชูว่าเป็น “โมเดลด้านไซเบอร์ที่แข็งแรงที่สุด” ของบริษัท ในวันเดียวกัน OpenAI ยังเปิดตัว ChatGPT Work ผู้ช่วยแบบ agent ที่ลงมือทำงานข้ามแอปและไฟล์ให้ได้เอง (มีข่าวสั้นแยกในสรุปข่าวสัปดาห์นี้)

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

จุดที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ “โมเดลใหม่แรงขึ้น” แต่เป็น วิธีจัดวางเป็น 3 รุ่นตามงบ ที่บอกทิศทางของวงการชัดเจน: การแข่งขันปี 2026 กำลังย้ายจาก “ใครได้คะแนนสอบสูงสุด” มาเป็น “ใครให้ความคุ้มต่อเงินที่จ่ายมากที่สุด” คนใช้จริงจึงเลือกโมเดลตามงานและงบได้ละเอียดขึ้น แทนที่จะจ่ายแพงสุดกับทุกงาน

ที่ตอกย้ำภาพนี้คือ วันเดียวกัน (9 ก.ค.) Meta ก็ส่งโมเดลใหม่ Muse Spark 1.1 ลงสนาม โมเดลสาย agentic/เขียนโค้ดที่วางราคาชนกับรุ่นประหยัดของคู่แข่งตรง ๆ (รายละเอียดในข่าวสั้นของสัปดาห์นี้) การที่สองค่ายใหญ่เปิดโมเดลใหม่พร้อมกันในวันเดียว สะท้อนว่าจังหวะการออกของและการตัดราคากำลังเร่งขึ้นมาก — ผลดีตกที่คนใช้ เพราะได้ของแรงขึ้นในราคาที่มีแนวโน้มถูกลง

ข้อควรระวัง: ตัวเลขคะแนนและคำว่า “ดีที่สุด/แรงที่สุด” ทั้งหมดเป็นคำเคลมจากตัว OpenAI เอง (เป็นมุมผู้ขาย) ผลจริงในการใช้งานของแต่ละคนอาจต่างออกไป ควรลองกับงานของตัวเองก่อนตัดสิน

แล้วเกี่ยวอะไรกับเรา?

สำหรับคนไทยที่ใช้ ChatGPT อยู่แล้ว ข่าวดีที่จับต้องได้สุดคือ ถ้าคุณใช้แบบฟรี คุณจะได้ขยับไปใช้ GPT-5.6 Terra โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม — เป็นการอัปเกรดเครื่องมือให้เงียบ ๆ โดยค่าสมาชิกไม่เปลี่ยน ลองสังเกตว่าคำตอบดีขึ้นไหมในงานที่คุณทำประจำ

มองในมุมเรา คนที่ได้ประโยชน์รองลงมาคือ นักพัฒนา/ธุรกิจไทยที่ต่อ API เพราะการมี Luna ราคา 1/6 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคน เปิดทางให้ทำงานปริมาณมาก (เช่น สรุปเอกสาร ตอบแชตอัตโนมัติ) ในต้นทุนที่ต่ำลง แล้วค่อยสลับไปใช้ Sol เฉพาะงานยากที่ต้องคิดหนัก — คุมงบได้ละเอียดขึ้นกว่าเดิมมาก ย้ำเรื่องราคา: ตัวเลขทั้งหมดข้างบนเป็น ดอลลาร์สหรัฐจากหน้าประกาศทางการ ราคาที่คนไทยจ่ายจริงยังขึ้นกับ VAT วิธีชำระ และอัตราแลกเปลี่ยนช่วงนั้น เราจึงไม่แปลงเป็นบาทให้ เพื่อกันความเข้าใจผิด — ส่วนค่าสมาชิก ChatGPT รายเดือน (Plus/Pro) OpenAI ไม่ได้ประกาศปรับพร้อมข่าวนี้ สิ่งที่เปลี่ยนคือ “โมเดลเบื้องหลัง” ที่แรงขึ้น

แหล่งอ้างอิง

เราลิงก์ต้นทางทุกข่าวเสมอ — กดอ่านฉบับเต็มเพื่อตรวจสอบได้เลย